http://www.dailynews.co.th/article/44/39192

วันพุธที่ 2 กันยายน 2552 เวลา 00:00 น.

ส่วนใหญ่เราท่านจะรู้จัก มะรุม ว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ส่วนของฝักสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารจำพวกแกงส้มได้คือ แกงส้มมะรุม  แต่อาจจะยังไม่ทราบว่านอกจากฝักอ่อนแล้ว ส่วนต่าง ๆ ของต้นมะรุมยังมีประโยชน์อีกมากมาย  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๒๓ อธิบายไว้ว่า

มะรุม เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ปลูกทั่วไปในเขตร้อน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกหนาเหมือนไม้ก๊อก ใบเป็นใบประกอบแบบ ๓ ชั้น ใบย่อย ๖-๙ คู่ ขนาดเล็ก ออกตรงกันข้าม รูปไข่หรือไข่กลับ ปลายใบแหลม ดอกสีขาวออกเป็นช่อแผ่กว้าง กลิ่นหอมเหมือนน้ำผึ้ง ออก ดอกช่วงเดือนมกราคม-เมษายน  ผลเป็นฝักสีเขียวกลมยาว ห้อยลง มีร่องตามยาวรอบฝัก ๙ ร่อง มีเมล็ดกลม ปีกกว้าง

นอกจาก ฝักอ่อน ที่เรานำมารับประทานเป็นอาหารได้แล้วส่วนต่าง ๆ ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร คือ ราก นำมาต้มกับน้ำใช้อมกลั้วคอ  ล้างแผล  ดื่มเพื่อขับปัสสาวะ  ถ้าใช้กับคนตั้งครรภ์อาจทำให้แท้งได้  ใช้ภายนอกเป็นยาถูนวด ทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนัง ส่วน เปลือก ลำต้นสด ๆ ใช้อมข้างแก้มถอนพิษสุราได้ เป็นยาขับลมในลำไส้ ใบ อุดมด้วยวิตามินเอและซี ใช้แก้โรคลักปิดลักเปิด ทำเป็นยาพอกแผลได้ ดอก เป็นยาบำรุง ขับน้ำตา และขับปัสสาวะได้ เมล็ด แก่ให้น้ำมัน ใช้เป็นยาแก้หอบ แก้บวม บำรุงไฟธาตุ  เนื่องจากน้ำมันจากเมล็ดมะรุมมีคุณสมบัติที่หืนมาก จึงเหมาะที่จะนำไปสกัดน้ำมันหอมจากกลีบดอกไม้ และใช้หล่อลื่นเครื่องจักร กาก ที่เหลือจากบีบน้ำมันใช้ทำปุ๋ย

แม้มะรุมจะมีคุณประโยชน์อันหลากหลาย ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ด้วยชื่อที่ไม่เป็นมงคล มีความหมายไปในทางที่ไม่ค่อยดี คนไม่นิยมปลูกในบ้าน จึงพบหรือหาทานได้ยาก.

กนกวรรณ  ทองตะโก

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s